เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) ตอบโจทย์การรักษาข้อมูล

เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) ตอบโจทย์การรักษาข้อมูล

เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) ที่จะตอบโจทย์การรักษาข้อมูลสำหรับยุค Big Data ครองโลก สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณของข้อมูลมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในระบบธุรกิจ แต่ละองค์กรเริ่มหันกลับมามองเห็นความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูล และการนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด สร้างโอกาสให้ธุรกิจของตนสามารถแข่งขันได้ สิ่งเหล่านี้กระทบกับการทำงานของฝ่ายไอทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยปริมาณของข้อมูลที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในองค์กร ความต้องการในการดึงข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลาย ชนิดและประเภทของข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ และวิธีการนำไปใช้งานหรือวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน เหล่านี้ล้วนสร้างความปวดหัวให้กับฝ่ายไอทีได้ไม่น้อย แต่โจทย์หลักที่สำคัญต่อเจ้าหน้าที่ไอทียิ่งกว่านั้นคือ การจัดเก็บข้อมูลอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่รั่วไหล และยังต้องสามารถเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

เบื้องต้นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าระบบการเก็บรักษาข้อมูลหรือที่เรียกว่า “สตอเรจ” (Storage) ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกตามระดับการใช้งานขององค์กรได้เป็น 4 แบบหลักๆ ได้แก่

1. สตอเรจขั้นต้น หรือ Entry Storage เหมาะกับการเก็บข้อมูลทั่วไปในองค์กรขนาดเล็ก สามารถลดความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูลด้วยการทำ RAID หรือ Redundant
2. สตอเรจระดับกลาง หรือ มิดเรนจ์ สตอเรจ (Midrange Storage) เหมาะกับการเก็บรักษาข้อมูลที่มีปริมาณสูงมากขึ้นในองค์กรขนาดกลาง คำนึงถึงความสำคัญในการเรียกดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
3. สตอเรจสำหรับองค์กร หรือ เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง มีระบบที่พร้อมในการปกป้องการสูญหายของข้อมูล และตอบสนองต่อความต้องการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
4. สตอเรจสำหรับภารกิจเฉพาะ หรือ Mission Critical Storage เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการทั้งความเร็วและการสำรองข้อมูลข้ามระหว่างสาขาได้ เพื่อป้องกันการเสียหายของข้อมูล

ข้อมูลจาก International Data Corporation หรือ IDC ได้เผยให้เห็นผลสำรวจ Worldwide Quarterly Enterprise Storage Systems เมื่อกลางปี 2017 ว่า เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) ในตลาดมีการเติบโตขึ้นโดยอันดับยอดขายของ เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) 3 อันดับแรกคือ
อันดับ 1 คือ HPE ที่มีรายรับ 2,170.3 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาด 20.1%
อันดับ 2 คือ Dell EMC ที่มีรายรับ 1,993 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาด 18.4% และ
อันดับ 3 คือ NetApp ที่มีรายรับ 694.6 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) ที่เกิดมาเพื่อความเร็วและความง่ายสำหรับองค์กร

เมื่อพูดถึงระบบการเก็บรักษาข้อมูลแล้ว เจ้าหน้าที่ไอทีส่วนใหญ่จะนึกถึงความซับซ้อนตั้งแต่การติดตั้งระบบ ความยุ่งยากในการซ่อมบำรุง การบริหารจัดการที่ยาก และยังมาพร้อมราคาแสนแพงอีกด้วย ด้วยเล็งเห็นถึงช่องว่างในส่วนนี้ Hewlett Packard Enterprise หรือ HPE จึงได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) ด้วยมูลค่าสูงถึง 1,090 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ออกผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) โดยมุ่งหวังที่จะแก้ทุกข้อจำกัดของระบบการจัดเก็บรักษาข้อมูล เดิมที บริษัท นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) จัดเป็น Startup ที่ค้นคิดเทคโนโลยีในการทำ File System หรือที่เรียกกันว่า CASL ที่ช่วยให้ฮาร์ดดิสก์แบบ Near Line SAS มีความสามารถเทียบเท่ากับฮาร์ดดิสก์แบบ SSD และเทคโนโลยีที่โดดเด่นสร้างชื่อให้กับบริษัท นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) อีกอย่างก็คือ การมีระบบ Big Data Analytics บน Cloud ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลการทำงานของระบบมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อวางแผนปรับปรุงหรือแจ้งเตือนปัญหาต่างๆ รวมทั้งคาดการณ์ความน่าจะเป็นล่วงหน้าได้อีกด้วย โดยเทคโนโลยีนี้ก็คือการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) มาใช้งานดูแลข้อมูลนั่นเอง

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของนิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) เช่นนี้ หลังจากที่ HPE ได้เข้าซื้อกิจการแล้ว จึงได้ออกผลิตภัณฑ์เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) ที่ดึงเอาเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลอันเป็นลักษณะเฉพาะของนิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) มาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มได้แก่

HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) product line

All Flash Array

สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความทนทาน ความปลอดภัย และแม่นยำสูง ลูกค้าสามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ขนาดเล็กและค่อยๆ ทำการขยายเพิ่มตามความต้องการขององค์กรได้สูงสุดเมื่อมีการบีบอัดข้อมูลแบบ 5:1 จะสามารถรองรับได้ถึง 4,075 Terabyte (TB) – Effective capacity

Secondary Flash Array

สำหรับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการสำรองข้อมูล (Backup) และการกู้ข้อมูลคืนเมื่อเกิดภาวะวิกฤต หรือที่เรียกว่าการทำ DR site (Disaster Recovery Site) โดยมาพร้อมการบีบอัดข้อมูล (Compression) มากถึง 18:1

Adaptive Flash Array

เหมาะสำหรับลูกค้าในระดับเริ่มต้นที่งบประมาณจำกัด เน้นความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นหลัก สามารถขยายความจุเมื่อมีการบีบอัดข้อมูลแบบ 18:1 ได้ถึง 18,288 Terabyte (TB) – Effective capacity และ HPE Cloud Volumes – บริการใหม่ล่าสุดที่นำเอาข้อเด่นของเทคโนโลยีจากนิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) ไปใช้ร่วมกับบริษัทผู้ให้บริการเอ็นเตอร์ไพรส์ คลาวด์ (Enterprise Cloud) ชั้นนำอย่าง AWS และ Microsoft Azure โดยสามารถรองรับการทำ Multi-Cloud สำหรับการจัดการข้อมูลได้ในตัวเอง

HPE InfoSight:

พยากรณ์และแก้ไขข้อบกพร่องให้กับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ด้วยเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning)
นอกจากความพิเศษในเรื่องของฮาร์ดดิสก์แล้ว HPE ยังได้ดึงเทคโนโลยีในทำ Big Data Analytics ของ นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) มาพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลอุปกรณ์ทั้งหมดของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเปิดตัวในนาม InfoSight

เอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ infosight predictive analytics from HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage)
ในทางปฎิบัติ HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) จะทำการรวบรวมข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์และ Log การทำงานส่งไปยัง InfoSight บนเอ็นเตอร์ไพรส์ คลาวด์ (Enterprise Cloud) เพื่อ 2 วัถตุประสงค์ คือ
1. ให้ระบบเรียนรู้รูปแบบปัญหาของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ว่ามีปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วสร้างเป็น Pattern ใหม่เพื่อทำนายแนวโน้มการเกิดปัญหา, การวิเคราะห์ต้นเหตุที่มาของปัญหา รวมถึงแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องแม่นยำ โดยอาศัยเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) และการวิเคราะห์ของฝ่ายไอทีควบคู่กันไป และสร้าง Pattern ใหม่ๆ เพิ่มเติม
2. รวบรวมข้อมูลจากแต่ละอุปกรณ์มาเทียบกับ Pattern ของปัญหา เพื่อวิเคราะห์ แจ้งเตือน และหารายละเอียดของปัญหา อันจะนำไปสู่การป้องกันปัญหาล่วงหน้าหรือแก้ไขปัญหาที่ประสบอยู่

ข้อมูลที่ InfoSight รวบรวมนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่ข้อมูลเกี่ยวกับสตอเรจ (Storage) เท่านั้น แต่รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากระบบเครือข่าย, เซิร์ฟเวอร์, ฐานข้อมูล หรือแอปพลิเคชัน ที่เกี่ยวข้องด้วย โดย InfoSight สามารถเรียนรู้และวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน นับเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าผู้ผลิตสตอเรจ (Storage) รายอื่นๆ ที่เพิ่งมีการพัฒนาระบบแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) เป็นอย่างมาก
สำรองข้อมูล (Backup) และทำ DR site (Disaster Recovery Site) อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมี License เพิ่ม นับเป็นจุดขายของ HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) ในการปกป้องข้อมูลที่มากับตัวอุปกรณ์ในทันที โดยไม่ต้องจ่ายค่า License ใดๆ เพิ่มอีก สร้างความคุ้มค่าในการลงทุนในนิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) อย่างเห็นได้ชัด ตอบโจทย์ฝ่ายไอทีที่ต้องของบกับผู้บริหารได้อย่างตรงจุด เพราะองค์กรแทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมในระบบสำรองข้อมูล (Backup) และการทำ DR Site (Disaster Recovery Site) ในแง่ของระบบสำรองข้อมูล (Backup) นั้น นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) มาพร้อมกับความสามารถในการทำ Snapshot ได้อย่างรวดเร็วและไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้แทนการสำรองข้อมูล (Backup) ได้ทันที และนอกจากการทำ Revert Snapshot แล้ว ข้อมูลที่ได้จากการ Snapshot เหล่านั้น ยังสามารถนำไปทำโคลนนิ่ง (Cloning) ได้ภายในเวลาเพียง 1 วินาที เพื่อสร้างเป็นฐานข้อมูลอีกชุดได้อย่างง่ายดาย โดย Snapshot ของ นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) สามารถรองรับได้ทั้งการทำ Application-aware และ VM-aware ทำให้มั่นใจได้ว่าการกู้คืนข้อมูล (Restore) จะสามารถทำได้สำเร็จสมบูรณ์สูง ส่วนการทำ Replication ของนิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) จะทำในรูปแบบการบีบอัด (Compression) เฉพาะข้อมูลในส่วนของ Block ที่เปลี่ยนแปลงก่อนส่งออกไปยังระบบสำรอง ด้วยวิธีนี้จึงทำให้ปริมาณ Traffic ที่ต้องใช้นั้นน้อยมากและสามารถส่งผ่าน WAN ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าที่ต้องการทำ DR Site (Disaster Recovery Site) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้าน License ใดเพิ่มขึ้นอีก

จากทั้งหมดนี้อาจกล่าวได้เต็มปากว่าผลิตภัณฑ์ HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) นี้ถูกวางให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้กับระบบ SAN Storage สำหรับการใช้งานได้ในทุกรูปแบบเหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ที่ต้องการโซลูชันที่ง่ายทั้งการใช้งาน, การบริหารจัดการ, การออกแบบ, มีความสามารถเชื่อมต่อกับ Cloud รองรับการทำเอ็นเตอร์ไพรส์ คลาวด์ (Enterprise Cloud) และยังครอบคลุมไปถึงการทำ DR Site (Disaster Recovery Site) เพราะระบบมาพร้อมกับ License เพื่อการสำรองข้อมูล (Backup) และ การทำ DR Site (Disaster Recovery Site) ในตัวแล้ว

หากท่านมีความสนใจลงทุนในระบบเอ็นเตอร์ไพรส์สตอเรจ (Enterprise Storage) อย่าง HPE นิมเบิล สตอเรจ (Nimble Storage) สามารถติดต่อ บริษัท เทอร์ราไบท์ เน็ท โซลูชั่น จำกัด(มหาชนหรือ Terabyte Net Solution Public Co., Ltd. ผู้นำด้านการขาย HPE โซลูชัน การันตีด้วยรางวัลที่ได้รับจาก HPE ประเทศไทย 5 ปีติดต่อกัน เราพร้อมที่จะเป็นผู้ช่วยให้กับทุกองค์กรตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ, ทดสอบระบบ, ติดตั้ง, ดูแลรักษา ตลอดจนการกู้คืนระบบหรือข้อมูลสำคัญให้กับท่านอย่างมืออาชีพ

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อทีมงานเทอร์ราไบท์ เน็ท โซลูชั่น คลิก

Share this post